P's profile~*+*~Bankiez's Story~*+*...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
September 14 To คนบนฟ้าคงจะไม่นานนะ ก่อนเธอจะลาไกล ก่อนเธอที่ฉันรักหมดใจ ที่คิดถึงจะต้องไป อาจไม่มีถ้อยคำจะร่ำลา มันคงเศร้าดีนะ ที่ฉันจะไม่ได้พบหน้า และฉันก็ไม่ทันได้สบตา ไม่ทันจะร่ำลา กล่าวคำอวยพรให้เธอก่อนไป คงไม่อาจไปให้เห็น กลัวจะคิดว่าไม่จำเป็นต้องทำมากมายขนาดนั้น ฉันก็จะไม่ไป ทำได้เพียงแค่ข่มใจ มีแค่เพลงและถ้อยคำอยากบอกไป ไม่ว่าจะเนิ่นนานแค่ไหน ถึงจะใกล้ไกลเท่าไหร่ ฉันก็รักเธอคนเดียว ก็คิดถึงเธอคนเดียว ไม่อาจมีใครที่เธอไม่เปลี่ยนไป ไม่ว่าเนิ่นนานแค่ไหน อาจจะมีคนมากมาย ที่ทำเธอหวั่นไหว อยากให้รู้ไม่เป็นไรฉันก็รักไม่เปลี่ยนไป และจะมีคำๆเดียวอยู่ข้างใน รอแค่เธอ... มันคงไม่นานนะ หากฉันไม่นับวันเวลา ไม่ต้องคิดถึงวันข้างหน้า ไม่มีภาพเธอปิดตา ไม่มีอะไรไม่มีเลยซักอย่าง แล้วฉันจะทำได้ไหม ทรมานที่จะห้ามใจ คิดถึงเธอว่าเป็นอย่างไร สุขสบายดีไหม อยากจะคอยดุแลเธออยู๋เหมือนเดิม เธอจะเป็นเหมือนฉันไหม ที่คิดถึงเธอกว่าใคร เฝ้าฝันนั่งเพ้อนอนละเมอ อยากให้เธอรีบกลับมา อยู่ใกล้ตาเหมือนอย่างเดิม อยากให้รู้คิดถึงเธอมากกว่าใคร ไม่ว่าจะเนิ่นนานแค่ไหน ถึงจะใกล้ไกลเท่าไหร่ ฉันก็รักเธอคนเดียว ก็คิดถึงเธอคนเดียว ไม่อาจมีใครที่เธอไม่เปลี่ยนไป ไม่ว่าเนิ่นนานแค่ไหน อาจจะมีคนมากมาย ที่ทำเธอหวั่นไหว อยากให้รู้ไม่เป้นไร ฉันก็รักไม่เปลี่ยนไป และจะมีเพียงคำเดียวอยู่ข้างใน รอแต่เธอ... July 10 เรื่องดีๆที่อยากให้อ่านจริงๆณ. ร้านกาแฟเล็กๆ แห่งหนึ่ง
ในร้านกาแฟเล็กๆแห่งหนึ่ง~ มีแขวนกระดิ่งเล็กๆไว้ที่ประตูร้าน...~ ทุกครั้งที่มีแขกเข้าร้าน ก็จะทำให้กระดิ่ง นั้นส่งเสียงดัง... ~ " ~... Ding Ding ...~ " วันหนึ่ง มีผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 30 กว่า เข้ามาในร้านกาแฟนี้...~ เจ้าของร้านสาวสวยก็รีบออกมา ต้อนรับให้เขานั่งด้านใน...~ " กาแฟแก้วนึงครับ~ " ชายคนนั้นได้พูดขึ้น...~ " ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ~ " เจ้าของร้านสาวสวยรีบตอบอย่างกระตือรือร้น...~ เจ้าของร้านสาวพูดพลางยิ้มให้อย่างมีมารยาท...~ แล้วก็ไป บดเม็ดกาแฟ และตั้งกา ต้มกาแฟ...~ ชายหนุ่มนั่งมองหญิงสาวอยู่ตลอด...~ ไม่นานนัก เจ้าของร้านสาวก็นำกาแฟมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะชายหนุ่ม...~ " ขอบคุณครับ~ " ชายหนุ่มตอบอย่างสุภาพ...~ " คุณเพิ่งมาเป็นครั้งแรกใช่ไหมคะ ~? รู้สึกว่าที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง~? " เจ้าของร้านสาวถาม...~ " ใช่ครับ~! ผมรู้สึกว่าที่นี่บรรยากาศดีมากๆเลย~ " ชายหนุ่มตอบอย่างเป็นกันเอง...~ " ฉันก็ชอบบรรยากาศของร้านนี ้มากเหมือนกัน~ ถึงแม้ว่ากิจการร้านนี้ไม่ค่อยดีนัก~ ฉันกับสามีก็เสียดาย~ ไม่อยากจะปิดร้านทิ้ง~ " ทั้งคู่เงียบไปสักพัก...~ " ผมขอถามอะไรคุณบางอย่างได้ไหมครับ...~? เออ...~ ก่อนที่จะถามคุณ ผมอยากจะเล่าเรื่องเรื่องหนึ ่งให้คุณ ฟังก่อน " ชายหนุ่มพูดถามขึ้นมา " ได้ค่ะ~ คุณพูดมาได้เลย " เจ้าของร้านสาวก็สนใจที่จะฟัง...~ ชายหนุ่มก็เล่าเรื่องเรื่องหนึ่งซึ่งผ่านมานานมากแล้ว...~ " เมื่อก่อนผมมีแฟนคนหนึ่ง~ เราสองคนก็ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในอนาคตแล้ว...~ " " ... ความรักของเรา สองคนนั้นถึงแม้จะธรรมดา แต่แค่นี้ผมก็พอใจแล้ว...~ " " ... เพราะผมรักเธอมาก...~!!! เพียงแค่มีเธออยู่ข้างๆผมก็มีความสุขมากแล้ว...~!! " " ... แต่ทว่า ... ~!!! " " ... ความสุขอันนี้มันช่างสั้นนักหลังจากนั้นก็มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น...~ " " ... ก่อนหน้าพิธีหมั้นของเราสองคนหนึ่งเดือน~ คืนนั้นผมมีธุระต้องทำ...~ " " ... จึงไม่สามารถไปส่งเธอกลับบ้านได้ ในคืนนั้น เธอโดนคนร้ายรุมข่มขืน ~!!! " ชายหนุ่มพูดจบ พลาง มือก็หยิบแก้วกาแฟ นั้นขึ้นมาจิบ...~ " แล้วหลังจากนั้นเป็นอย่างไรคะ~? ความรู้สึกของคุณที่มีต่อเธอเปลี่ยนไปหรือ~? " เจ้าของร้านสาวถาม อย่างสงสัย...~ " ... ถึงแม้จะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น... ~ ความรักของผมที่มีให้เธอก็คงยังมั่นคง...~!!! " " ... มิได้แปรเปลี่ยนเลยสักนิด...~ ผมก็ตั้งใจจะจัดพิธีหมั้นขึ้นตามเดิม...~ " " " ... แต่...~!!! " " ... เธอคิดไม่ตก เธอเชื่อว่าเธอไม่ได้เป็นเธอคนเดิมแล้ว ในวันหมั้นของเราสองคนวันนั้น...~ " " ... เธอผูกคอตาย...~!!! " " ... โชคยังดีที่ว่าพวกเราพบเธอได้เร็ว ช่วยชีวิตเธอไว้ได้...~ " " ... แต่เพราะว่าสมองขาดอ็อกซิเจ็นนานเกินไป ทำให้เธออยู่ในสภาพไม่มีความรู้สึกตัว...~!!! " " ... และอาจจะไม่ฟื้นขึ้นมาเลยก็ได้...~ " " ... สุดท้าย เธอก็ฟื้นขึ้นมา...~!!! " ชายหนุ่ม หยุดพัก หายใจ แล้วก็เล่าต่อว่า...~ " ... เมื่อผมรู้ว่าเธอฟื้นขึ้นมาแล้วก็รีบไปหาเธอ... ~ " " ... แต่...~!!! " " ... พ่อแม่เธอขวางกั้นผมไว้ไม่ให้ไปพบเธอ พวกเขาคุกเข่าลงมาขอร้องผม...~ " " ... กลายเป็นว่าความทรงจำบางส่วนได้หายไป~ หมอบอกว่าเมื่อคนโดนกระตุ้นจิตใจอย่างแรง...~ " " ... ก็อาจจะเลือกที่ จะหลบหลีกความทางจำอันนั้นโดยการฝังลึกไว้ในใจตัวเอง ไม่ต้องการที่จะจำเรื่องเลวร้ายนั้นอีก...~ " " ... เธอลืม หมดทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขาด้วย พ่อแม่เธอขอร้องให้ผมอย่าเพิ่งไปพบเธอสักพัก...~ " " ... เขาไม่ต้องการให้เธอ นึกถึงเรื่องน่าเศร้านั้นอีก เพราะกลัวว่า เธอจะฆ่าตัวตายอีก...~!!! " " ... บังเอิญเจอกันในที่อื่น ก็จะทำเป็นไม่รู้จัก ไม่ทักทายกันเด็ดขาด...~ " " ... ช่วงเวลานั้น มันช่างทรมานยิ่งนัก อยากรักเธอ...~ " " ... แต่ไม่อาจทำได้ อยากจะพบหน้าเธอ แต่ก็ไปพบไม่ได้ วันนี้ เป็นวันครบสิบปีนั้นแล้ว...~!!! " " ขอแสดงความยินดีให้ด้วยค่ะ คุณรอคอยมาสิบปีแล้ว ในที่สุดวันนี้ก็สามารถไปพบเธอได้แล้ว " หญิงสาวเจ้าของร้านตอบ... ~ " ใช่ครับ...~!!! " " ... แต่~ ยิ่งใกล้ถึงเวลานี้ ผมก็ยิ่งกลัว...~ " " ... สิบปีที่ผ่านมานี้~ ความรักผมนั้นยังไม่เปลี่ยน แต่ตัวเธอล่ะ...~?!? " " ... ถ้า ผมเล่าเรื่องในอดีตให้เธอฟัง เธอก็ยังจำผมไม่ได้...~?!? " " ... แล้วผมจะทำยังไงดีล่ะ...~?!? " " ... หรือว่าเธอได้แต่งงานไปแล้ว ผมควรจะทำเช่นไรดี...~?!? " " ... เพราะเช่นนี้ ผมอยากจะถามคุณว่า คุณคิดอย่างไรคับ...~? " " ... ถ้าแฟนผมคนนี้แต่งงานไปแล้ว ผมควรจะบอกให้เธอ ได้รับรู้เรื่องนี้มั้ย...~!?! " เจ้าของร้านสาวก็พูดอย่างจริงใจว่า...~ " ถ้าสมมุติว่าเธอมีแฟนแล้วก็ไม่เป็นไร เพราะทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้...~ " " ... แต่งงานกัน คุณยังมีโอกาส แต่ถ้าเธอคนนั้นได้แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว...~ " " ... คุณก็ไม่ควรไปทำลายครอบครัวเขา...~ " ชายหนุ่มได้รับฟังแล้ว ก็แค่ตอบสั้นๆว่า...~ " นั่นสินะ... ~ " " ~... Ding Ding ...~ " พอดีเวลานี้ก็มีแขกคนอื่นเข้ามาในร้าน~ เจ้าของร้านสาวก็พูดกับชายหนุ่มว่า...~ " ฉันต้องไปต้อนรับแขกแล้ว~ เชิญตามสบายนะคะ...~ " เธอเดินออกไปได้สองก้าว ก็หันกลับมาถามเขาว่า...~ " จริงสิ~!!! คุณเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก~ ยังไม่ค่อยสนิทกับฉันมากนัก~ ทำไมถึงเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังล่ะคะ~? " " เพราะว่า... ~ เธอคนนั้นเคยพูดเอาไว้ว่า...~ หลังแต่งงานแล้ว เธออยากจะเปิดร้านกาแฟเล็กๆอย่างนี้เหมือนกัน...~!!! " ชายหนุ่มคิดสักครู่ถึงตอบออกมา...~ " อ๋อ~!!! อย่างนี้เองหรือคะ...~ " พูดจบเธอก็หันหลังกลับเดินไปต้อนรับแขกที่เข้ามาใหม่...~ ชายหนุ่มมองตามร่างของเจ้าของร้านสาวนั้น...~ น้ำตาเขาค่อยๆหยาดไหลออกมา เขาตัดสินใจไม่บอกเธอว่า....~ แท้จริงแล้วเขามาที่ร้านนี้เพื่ออะไร...~ แฟนของเขาคนนั้น อยู่ใกล้แค่เอื้อม...~ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขา และ เธอ นั้น...~ มันช่างไกลยิ่งนัก... credit: Soccersuck.com
เฮ้อ เศร้ายิ่งนัก May 27 บันทึกการเดินทางไปจีน(อีกครั้ง)เอ้ จะเริ่มยังไงดีเนี่ย วันที่17-23 ที่ผ่านมา ได้เดินทางท่องเที่ยวเมืองจีนอีกรอบ
แหะๆ เดินทางเหมือนครั้งก่อนเดะ ขึ้นเครื่องไป มาเก๋า ลงเรือไปฮ่องกง
นั่งรถไฟไปเมืองกวางเจา แล้วนั่งรถบัส เข้าจูไห่ เดินอย่างเก๋า เข้ามาเก๋า
เหมือนจะไม่แตกต่างรายละเอียดการเดินทางเปลี่ยนจากคราวเดิมไปนิดหน่อย
คือได้ไปเห็นความเจริญที่มากขึ้นมากๆของสามเมืองที่ไปเยือน
ไม่น่าเชื่อว่า แค่ปีเดียวที่กลับไปอีกครั้ง ทำผมงง เป็นไก่ตาแตกเลยอ่ะ
อะไรมันจะเจริญขนาดนั้น มาเก๋า กะฮ่องกง มันเจริญ อยู่แล้ว แต่กวางเจา ที่ปีที่แล้ว
ยังไม่เจริญมาก แต่ปีนี้ มามาดใหม่ เจ๋งกว่าเดิม
จะสาธยายให้ฟังกัน
แล้วก็พูดภาษาจีนกลับมาอย่างรวดเร็ว แล้วก็หยิบเครื่องคิดเลขมากดราคาให้ แถมต่อของยากมากๆ แต่ปีนี้ บางร้านที่เดินไป เจ้บางคนเห็นว่าเราเป็นคนไทย พูดภาษาไทยเฉย " ราคา 20เหรียญ คะ" อึ้งแดกครับ บอกได้คำเดียวอึ้งจริงๆ แต่ที่ตัวเราพัฒนา ขึ้นมาคือไปกินอาหารในร้านอาหารจีนเป็นแล้วเฟ้ย ฮ่าๆ แต่ก็พูดภาษาเค้าไม่ได้เช่นกัน ได้แต่จิ้มๆจากรูป ตอนที่ฮาที่สุด คืออยากได้ข้าวเป็นโถๆ ไม่อยากได้เป็นชาม สื่อสารอยู่นาน " เยา เฉ่า ฟ่าน " คือคำที่บอกเค้าไป แล้วก็ได้ ข้าวผัดชามใหญ่มาแทน แต่ที่มันฮา คือ พึ่งสั่ง ฟ่าน ชามที่สองมาเอง คิดในใจ ตายห่า แล้วจะยัดไหวมั้ยเนี่ย ฮา สรุปกินหมดแหะ เลยกลับเมืองไทย พร้อมกะน้ำหนักเพิ่ม แหะๆ อ้วนเยย ไว้ค่อยมาอัพต่อ วันนี้ง่วงอ่ะ May 08 For You คนน่ารักที่รักที่สุดดดดเลยก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่า อ่านให้จบนะเฟ้ยไม่งั้นเคือง หึยๆ อ่านให้จบทั้งหมดแล้วค่อยว่ากันเน้อ คิดถึงเพื่อนๆทุกๆคน
อยากเตะบอลเว้ยยยยย
=>Girl: Do I ever cross your mind? =>Boy: No =>Girl: Do you like me? =>Boy: Not really =>Girl: Do you want me? =>Boy: No =>Girl: Would you cry if I left? =>Boy: No =>Girl: Would you live for me? =>Boy: No =>Girl: Would you do anything for me? =>Boy: No way =>Girl: What would you choose: your life..or me? =>Boy: My life => => =>The girl runs away in shock and pain and the boy runs after her and says... => =>เพราะว่าอะไร ไปดูกัน อิอิ
=>The reason you never cross my mind is because you're always on my mind. =>The reason why I don't like you is because I love you. => =>The reason I don't want you is because I need you. =>The reason I wouldn't cry if you left is because I would die if you left. => =>The reason I wouldn't live for you is because I would die for you. =>The reason why I'm not willing to do anything for you is because I would do everything for you. =>=>The reason I chose my life is because you ARE my life. April 24 Forward mail to Thai peopleปี 2553 จุดจบประเทศไทย....
เรื่องนี้คนไทยทุกคนควรที่จะได ้รู้.....ประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้มีเกิด มีดับ ตลอดเวลา.....ประเทศไทยก็ไม่พ้นวิถีนี้เช่นกัน
สืบเนื่องจากการบรรยายของคุณนิต ิภูมิ ซึ่งเป็นสื่อมวลชน จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมอสโค ซึ่งเป็นสถาบันที่สตาลินสร้างขึ ้นเพื่อสร้างภูมิปัญญาหว ังครองโลกในสมัยหนึ่ง เมื่อหลายปีก่อนคุณนิติภูมิ ได้ทำนายไว้ว่า ประเทศอินโดนีเชียจะแตกเป็น 6-14ประเทศ ซึ่งในตอนนั้น นักรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หัวเราะจนฟันกระเด็น แต่ต่อมาพอปี 2542 เหตุการณ์เริ่มเป็น จริง! ประเทศอินโดฯได้เริ่มแตกเป็น ติมอร์ และตอนนี้ก็กำลังจะเกิดประเทศอาเจะ และอีกหลายประเทศที่จะเกิดตาม มา ในวันที่ 11 ธันวาคม 2543 ที่ผ่านมาที่งานคนดีศรีสังคม ณ หอประชุมวัฒนธรรมฯ คุณนิติภูมิได้บรรยายว่า ประเทศไทยจะต้องแตกเป็นประเทศใหม ่อีก 4 - 6 ประเทศ แน่นอน! ทั้งนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดขึ้นอย่างมีกระบวนการ โดยสถานการณ์จะเริ่มชัดขึ้นในปี 2553 ซึ่งเป็นปีที่ข้อตกลง GATTs จะเริ่มมีผลสมบูรณ์ การค้าเสรีจะมีผลสมบูรณ์ สินค้าเกษตรต่าง ๆ จากต่างประเทศจะทะลักเข้ามาในประ เทศไทยจำนวนมหาศาล ในขณะที่เกษตรกรของไทยจะไม่กินส ินค้าเกษตรของไทยด้วยกัน และสินค้าเกษตรของไทยก็จะขายไม ่ออกเนื่องจากมีต้นทุนที่สูงกว ่าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ ประกอบกับการที่การพัฒนาการเกษตร ของไทยได้พัฒนาอย่างผิดทิศทาง เป็นการพัฒนาแบบปลูกพืชเชิงเดี ่ยว ทำให้คนปลูกลำใยไทยก็จะปลูกแต ่ลำใย จะกินข้าวก็ต้องซื้อข้าวเว ียดนามมากิน คนปลูกข้าวไทยก็ต้องไปซื ้อหอมกระเทียมจากจีนมากิน คนปลูกหอม กระเทียมจะไม่ซื้อลำใยจากไทยแต ่จะไปซื้อจากเกาหลีมากิน เป็นวงจรอย่างนี้ทำให้สินค ้าเกษตรของไทยขายไม่ได้ เพราะแม้แต่เกษตรกรไทยด้วยกันก ็ยังไม่ซื้อของเกษตรไทยด้วยก ันมากิน เนื่องจาก สินค้าของต่างประเทศมีต้นทุนถ ูกกว่าสินค้าเกษตรของไทยมีต้นท ุนที่สูงกว่า เพราะใช้ปัจจัยการผลิตปุ๊ยของต ่างประเทศ พันธุ์พืชก็ต้องนำเข้าจากต ่างประเทศ เนื่องจากในอีก 10 ปีข้างหน้าพันธุกรรมท้องถิ่นจะถ ูกทำลายจาก GMOs และเมื่อเกษตรกรไทยซึ่งเป็นคนส ่วนใหญ่ร้อยละ 80 ของประเทศอยู่ไม่ได้ วิกฤตที่มหาโหดสุดก็จะเกิดขึ้นก ับประเทศไทย รัฐบาลไทยจะไม่มีปัญญาที่จะแก ้ไขปัญหาได้ เพราะมาตรการทางการเงินก็จะใช ้ไม่ได้ เนื่องจากธนาคารไทยกลายเป็นของต ่างประเทศหมดแล้ว ไฟฟ้าก็แพงขึ้น น้ำมันก็แพงขึ้น โทรศัพท์แพงขึ้นเนื่องจากวิสาหก ิจเหล่านี้กลายเป็นของต่างชาต ิหมดแล้ว เขาสามารถตั้งราคา ได้ตามใจชอบถ้ารัฐบาลไปขอให ้ลดราคาก็จะได้รับคำตอบว่า เขาจะไม่มีกำไร ธุรกิจจะอยู่ได้ด้วยกำไรเท่านั้น ถ้าเขาไม่มีกำไรเขาก็จะตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดโทรศัพท์ คุณเลือกเอาว่าจะยอมจ่ายในราคาท ี่แพงหรือว่าจะยอมไม่มีใช้ ดังนั้น รัฐบาลในอนาคตจะได้แต่นั ่งทำตาปริบ ๆ ๆ เมื่อเกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้ การขายที่ดินราคาถูก ๆ และจำนวนมหาศาลจะตามมา คนที่มีกำลังซื้อก็คือชาวต ่างชาติ ซึ่งปัจจุบันก็ปรากฏแล้วว่าที่ด ินบริเวณภาคตะวันออกได้ถูกต ่างชาติกว้านซื้อไปเป็นจำนวนมากแ ล้ว เกษตรกรไทยที่ขายที่ดินได้ ก็ไม่ามารถนำเงินที่ได้ไปลงท ุนให้เกิดรายได้ได้ เพราะธุรกิจอื่นได้ตกอยู่ในกำม ือของต่างชาติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีกก็ตกอยู ่ในมือของ Big C, Lotus, Carrefour,ธุรกิจอาหารก็ตกอยู่ในมือของ KFC, Pizzahat, McDonal,สิ่งทอเสื้อผ้าก็ของพวกฝรั่งเศส ฯลฯ ดังนั้น เงินตราของไทยก็มีแต่จะถูกดูดออก เหมือนกับคนที่เลือดไหลไม่หยุด... เมื่อคนจนอยู่ไม่ได้...รัฐจะอยู่ได้ฤา ? 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นแห่งแรกที่จะขอแยกต ัวออกจากประเทศไทย เนื่องจากความแตกต่างที่เห็นช ัดเจนและความแตกต่างทางวัฒนธรรม ในปี 2553 คนไทยภาคใต้จะเห็นด้วยกับการแยกป ระเทศ เพราะเห็นความล้มเหลวของร ัฐบาลไทย การเมืองไทย การคัดค้านจะน้อยลง การสนับสนุนให้แยกจะทวีความร ุนแรงขึ้น จนรัฐบาลไทยไม่สามารถควบคุมได้ถ ้ารัฐบาลใช้กำลังทหาร ก็จะถูกต่างชาติส่งทหารมาต่อต ้านกองทัพไทย ซึ่งแน่นอนกองทัพไทยไม่มีป ัญญาไปต่อสู้อยู่แล้ว การแยกตัวจะสำเร็จได้ในไม่นาน จากนั้น ภาคตะวันออก บริเวณจันทบุรี ตราด ระยอง ฉะเชิงเทรา จะขอแยกตัวตามมา เนื่องจากที่ดินแถบนั้นกลายเป ็นของต่างชาติหมดแล้ว เนื่องจากที่ดินบริเวณดังกล่าวถ ูกใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมของต ่างชาติ ทั้งสมุนไพร อาหารต่าง ๆ เมื่อรัฐบาลไทยเป็นอุปสรรคของต ่างชาติ การขอแยกตัวก็จะทำได้ไม่ยาก นั่นหมายถึง การซื้อประเทศไทย คล้ายกับที่สหรัฐอเมริกาซื้อรัฐ Alaska จาก Russia ถ้าไทยต่อต้าน เจอทหารต่างชาติแน่ เราจะเตรียมรับมือกับวิกฤต ิในอนาคตอย่างไร ? ผมติดตามงานเขียนคุณนิติภูมิ มาหลายปี และสิ่งที่เขียนในไทยรัฐหน้า 2 เกือบทุกวันนั้น ไม่น่าเชื่อเลยว่า หนังสือพิมพ์ต่างประเทศจะเอาข ้อมูลงานเขียนของนิติภูมิ ไปแปลลงหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ในการวิเคราะห์ บ่อยครั้งที่นิติภูมิ มองการค้า การเมือง สังคมไปพร้อมกัน รวมทั้งประวัติศาสตร์เขามอง อาเจนติน่า ก่อนล่มสลายทางเศรษฐกิจ ก่อนล่มจริง...เขาทำนาย การเกิดสงคราม อเมริกากับอิรัค ข้อคิด รวมทั้งอนาคตชาวเชเชนไว้น่าสนใจ ผมว่า สิ่งที่เขาพูดเป็นไปได้นิติภูมิ ทำให้ผมต้องกลับมาซื้อของโชห ่วยของคนไทย แทนที่ไปเดิน big-c, lotus, careflour, เพราะผมบอกแม่บ้านและลูก ๆ ว่า เราซื้อของร้านโชห่วย ข้างบ้าน ไม่ต้องไปห้างใหญ่อีกเพราะอะไร เพราะเราไป คาร์ฟู เงิน 100 บาทที่เราจ่ายไปจะไปสู่ฝรั่งเศส 86บาท เหลือให้คนไทย 14 บาท เพราะของต่างชาติเกือบ 100 เปอร์เซนต์ บิกซี โลตัสเหมือนกัน นิติภูมิเคยเอาเปอร์เซนต์ที่ต ่างชาติถือหุ้นมาลงให้ดู ของ 3 ห้างดัง ผมตกใจมาก และตัดสินใจซื้อน้ำปลาข้างบ้านต ั้งแต่วันนั้น เพราะว่าต่างชาติถือหุ้นกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แล้วบางห้าง 86 ปอร์เซ็นต์ สอนลูกว่ามันจะแพงกว่าห้าง 3 บาท ก็ซื้อที่นี่มันจะแพงกว่า 5 บาทก็ซื้อที่นี่ เพราะมันจะเป็นภาษีคนไทย กลับมาหาลูกเอง ผมคิดแบบนี้จริง ๆ ๆ ถ้าซื้อจากห้าง 1,000บาท มันไหลไปต่างประเทศ 900บาท ที่เหลือ 100 บาท ที่เห็นจ่ายค่ายามเฝ้าห้างไง มองอาเจนติน่าง่ายนิดเดียว ห้างต่างชาติบุกไปตั้งมากกว่า 400 ห้าง ทั่วประเทศ คนอาเจนติน่าจึงทำเงินส่ง คาร์ฟู ส่งห้างต่างชาติ เกือบ100 เปอร์เซ็นต์ เงินคนทั้งชาติของชาวอาเจน จึงไหลไปหมด ในประเทศจึงไม่เหลืออะไร ทางสุดท้ายที่ไม่น่าเชื่อเลยว ่าทำได้ ผมพาลูกผมหัดทานขนมกรอบให้น้อยลง เลิกกิน kfc และพยายามทานให้ลดลง และจำนวนหน ต่อปีน้อยสุด ผมอธิบาย วิธีสิ้นชาติแบบทางเศรษฐกิจตั ้งแต่เริ่มจนจบให้เด็กที่บ้าน และลูกฟัง หัดให้ลูกมาทานบัวลอย ขนมชั้น ข้าวเหนียวเปียกแทน ถั่วดำข้าวเหนียว ดีครับ ได้ผล...ลูกเปลี่ยนวิธีกิน... วิธีคิดไปเลย... เปลี่ยนไปได้มาก พอเย็นสั่งผมซื้อเต้าส่วนบ้าง ขนมชั้นบ้าง ลูกเดือยบ้าง ผมพูดนิดนึงที่เขาเข้าใจคือ ผมไปตลาดซื้อไก่ทอดแม่ค้ามา 3 ขาไก่ทอดแบบไทย ๆ แล้วผมไป kfc ซื้อมา 3 ชิ้น เลือกน่องครับเหมือนกัน ราคาต่างกันลิบเลย ผมก็อธิบายคำว่า license (ค่าลิขสิทธิ ) ให้ลูกฟัง ผมบอกว่า ซื้อไก่ 35 บาท ค่าไก่ 15 บาท ที่เหลือเป็นค่าลิขสิทธ ไก่แม่ค้าที่ถูกเพราะไม่มีค่าล ิขสิทธิ ใบตองที่ห่อขนมไทย ไม่มีลิขสิทธิ มันเป็นวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายได้ไม่ถึง 3 เดือน ขนมต่างชาติ ห่อสวย แพง เพราะยี่ห้อมันมีลิขสิทธิ เวลามันหล่นที่พื้น ไม่มีคนเก็บมันจะย่อยสลายภายใน 200 ปี ผมสอนแบบนี้ ลูกผมเปลี่ยนวัฒนธรรมไปเลย ผมทำได้และได้ทำแล้ว ปล ใคร่จะขอกรุณาช่วยนำบทความไปเผยแ พร่ต่อ จะเป็นพระคุณมากครับ February 26 วิจัยอากาศช่วงสอบช่วงตั้งแต่วันที่ 26 กุมภา จนถึง ประมาณวันที่ 12 มีนา นี้ อากาศที่ ห้อง จะเป็นบรรยากาศคล้ายห้องดับจิต
ที่มีแต่เสียงแอร์ และ แอร์เท่านั้น(เงียบสงบ แอบมีเสียงกรนนิดหน่อย) เพราะอ่านหนังสือกันจะเป็นจะตาย
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม BLOG ระบายอารมณ์นี้ อยากจะบอกให้ทราบกันถ้วนหน้าว่า มันยากมาก
การ prepare budget เนี่ย ระดับสูงเลยทีเดียว ส่วนตัวอื่นก็ใช่ย่อย ค่อนข้างจะสูง
มีการเตรียม ตั้งแต่ resource ยันไปถึง การทำ ใน excel (record= เก็บข้อมูล)เลยทีเดียว
การทำaccount ที่ดีนั้น เราควรต้องหมั่นขยันฝึกซ้อม ทำอยู่บ่อยๆ แต่ปัจจัยพื้นฐานของสิ่งนี้
เราเรียกมันว่า ความขยัน ซึ่งคุณสมบัตินี้ หาไม่ได้จากเจ้าของ Blog อย่างแน่นอน
แต่กระนั้นก็เหอะ เราสัญญากับคนๆ นึงไว้ว่า จะจัดให้ไป เกรดงามๆ พร้อมกับ การจบรับปริญญาในเดือนมกราคม
ที่ใกล้จะถึงนี้ (อีกเกือบปี) เราต้องทำให้ได้ โว้ยยยยยยยยยยย ให้กำลังใจตัวเองแล้วก็กลับมาอยู่
กับความจริงอีกรอบ... กล่าวคือ สถานการณ์ ในห้องตอนนี้ อึมครึม คล้ายเมฆ หมอก จะมาแล้ว
มันจะมีอะไรไหลออกจากตา แน่นอน เพราะ หาว และ หาว ต่อเนื่อง จากอาการที่ทางการแพทย์(หมอฟันบอกไว้ว่า)
ที่เรียกว่า ง่วงนอน เวลาจับหนังสือ เป็นโรคติดต่อ ที่ยากจะหายามาป้องกันได้ แม้ เค้าจะบอกว่า คาเฟอีนช่วยได้
หรือกระทั่ง ผลิตภัณฑ์ ที่ ภูมิใจเสนออย่าง m100 หรือ กระทิงแดง ก็มิอาจหยุดยั้งอาการนี้ได้
มีเพียงอย่างเดียว คือ ใจเท่านั้น ที่จะช่วยได้ แต่ตอนนี้ใจ หายไปแย้วววววว อิอิ... อยู่ที่เธอไง อิอิ
(เอ่อ นอกเรื่องไปนิด) อธิบายมา ยาวมากสรุปได้ความทางวิชาการว่า กรูง่วงแล้วโว้ย
อยากนอน แต่นอนไม่หลับเพราะจะสอบแล้ว my roommate ก็จะนอนหลับเป็นกำลังใจให้เราอีก
เฮ้อ บรรยากาศ ก็จะโหวงเหวง ไร้คน เป็นบรรยากาศที่น่ากลัวว่าจะพาเราไปนอนจนลืมท่องหนังสือ
-->... CASE STUDY...<--
วิจัยอากาศ ช่วงสอบนี้กล่าวได้ว่า เป็นช่วงที่พายุกระหน่ำในขณะที่ ความแปรปรวนของอากาศ อยู่ที่ ตัวเรา
ถ้าร้อนรนไป ก็จะมีพายุร้อน ถล่มซ้ำ วิธีป้องกัน ถึงจะไม่มีเพราะ ลาวา ลนก้นแล้ว แต่อย่างน้อยๆ ใจยังไม่ยอมแพ้
เพราะกำลังใจดีหรืออย่างไรไม่ทราบได้ แต่ ณ ขณะนี้เวลา เที่ยงคืน กว่าๆนี้นั้น รูมเมท หลับแล้ว
ห้องเงียบมีแต่เสียงแอร์ และ คีย์บอร์ด ที่พิมพ์ๆอยู่
เฮ้อ เลิกบ่นเรื่องนี้ ขอบ่นอีกเรื่อง แล้วจะไปอ่านต่อแล้ว(จะบอกเค้าทำไมวะเนี่ย) นั่นคือ
ตอนทำ reserch เรื่อง Activity base cost and Activity base management นี่
ณ เวลานี้ ส่งอาจารย์ไปวันไหน ก็แถบจะดึง record จากสมอง ลงไปใน recycle bin
ต้องตามไปกู้ กลับมากันยกใหญ่ แต่ถึงกระนั้นก็เหอะ บาง file ที่เกี่ยวข้องได้มีการเพิ่มเติมแล้ว
(แต่ไม่เต็ม) ฉะนั้น ช่วงนี้ถ้า ผม อาจจะเอ๋อๆ ไปบ้างได้โปรดเข้าใจหน่อย
ว่าไม่ได้โดนใครเตะมา หรือ หัวฟาดพื้นที่ไหน แต่เป็นทุกตัวอักษรที่ผ่านตา(เรียกว่าเตะ ง่ายกว่า)
มันกระทำชำเรา จน เอ๋อ เรียบร้อยมหาลัยชื่อดังแล้วครับ แล้วถึง ณ ตอนนี้อีกครั้ง กับ ตีสองครึ่ง
ผมได้รู้สัจธรรมข้อนึงเพิ่ม คือ อ่านต่อไปก็เท่านั้นถ้าหัวไม่รับแล้ว นอนก่อน ตื่นมาอ่านอีกครั้งดีกว่า
ฉะนั้น ได้เวลา ลา ผู้ที่อ่าน(จะมีไหมวะเนี่ย) ไปนอนซักที จะแย่แล้วครับพี่น้อง
ก่อนลา มี P กะ S :
หลับฝันดีนะทุกคน แล้วก็คนที่มีสอบ ก็ขอให้สอบได้
เพื่อนที่ทำงานแล้วก็ขอให้ ไม่มีปัญหาที่ทำงาน
พ่อ กับ แม่ สบายใจได้ แค่นี้ไม่ถึงตายแน่นอน
ไปทำ assignment ต่ออีกข้อแล้วนอนแล้วครับ ไปหละ January 07 I'll do my bestในการเดินทาง คงไม่มีนักเดินทางคนไหน ที่รู้ว่า เรามีเวลาที่ยังเหลือสักเท่าไร ที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกัน และเธอคนที่ทำให้นักเดินทางอย่างฉันพบว่า
เมื่อชีวิตของคนเรามันสั้นนัก สิ่งที่ฉันพอจะทำ ปมด้อยใดใดที่ตัวฉันนั้นเคยมีอยู่ แต่แล้วเมื่อพบเธอ เธอทำให้ฉันได้รู้ว่าฉันมีค่ามากกว่า ที่ฉันเคยมองเห็นในตัวเอง
แม้นานแค่ไหนอีกไกลเท่าไร จะยืนข้างเธอ P กะ S : ทำไมชอบเพลงนี้ก็ไม่รู้ ฟังแล้วซึ้งจริงๆ ช่วงนี้ยุ่งอยู่คงไม่ว่างมาอัพนะคร้าบผม December 30 Report...to คนบนฟ้าแหะๆ ปีนี้กำลังจะผ่านไปแล้วนะ ไม่ใช่ว่าจำวันคล้ายวันเกิดเธอไม่ได้นะ จำได้
ว่าวันที่25 ธันวา วันเดียวกะChristmas นี่แหละ แหะๆ แต่ที่ไม่ได้เขียน ณ วันนั้น
เกิดหลายเรื่องนิดหน่อย ทั้ง network ล่ม ทั้งอ่านหนังสือ(การ์ตูน แหะๆ)
แต่วันนี้ ก็ว่างหละ ไงก็อย่ามาเข้าฝันอีกนะเดี๋ยวหลอนอีกแหะๆ
เห็นใช่ม่ะ อิอิ แต่...แหะๆ ไม่ได้ไปทำบุญให้เลยอ่ะ ไว้ก่อนแล้วกันนะ(มีแต๊ะไว้ก่อนด้วย) ทุกวันเสาร์กับอาทิตย์แบงค์ต้องตื่นแต่เช้าไปเรียนไง เลยมีเบลอๆ นิดหน่อย แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันพลาดไปตำแหน่งเดียวเองอ่ะ ฮ่าๆ แย่จริงๆ ฉะนั้นดวงด้านจะรวยสงสัยยังไม่มา
ป๊า กับ ม๊าก็สบายดีสุขภาพไม่ได้แย่อะไร แบงค์ก็ไม่มีปัญหาบาดเจ็บอะไร ยกเว้นใกล้จะสิ้นปีนี้
ตอนช่วงวันเกิดเธออะแหละ แบงค์ท้องร่วง กินยาเท่าไหร่ก็ไม่หายเลยต้องไปหาหมอ จึงดีขึ้น
ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้วด้วย(ลงโทษกันป่าวหว่า ฮ่าๆ)
แบงค์ย้ายมาเรียนด้านการทำบัญชีแล้วนะ ลืมเล่าให้ฟัง มีแต่คนว่านะแต่มันต้องใช้นี่ ช่วยไม่ได้แหะๆ ไม่มีปัญหาไรปรับตัวได้ดี
จะห่างๆกัน แต่ก็ยังพอได้เจอบ้างนิดหน่อยแหะๆ
ไอ้น้องกวนตีนมาขอใช้เดี๋ยวค่อยมา edit ต่อแล้วกันนะ
November 01 ภาษาบอกรัก
September 30 To All the smart black men!
September 25 No titlesOn 17 september was my birth date.. nothing important, but someone can remem..
so they send this to me...
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
No man/woman is worth your tears and the only one who is,
will never make you cry. ไม่มีชายหรือหญิงคนไหนมีค่าพอที่คุณจะต้องเสียน้ำตาให้ ส่วนคนที่มีค่าพอนั้น เขาย่อมที่จะไม่มีวันทำให้คุณร้องไห้อย่างเด็ดขาด If you love someone, put their name in a circle, instead of a heart, because hearts can break, but circles go on forever. ถ้าคุณรักใครสักคน จงเอาเขาไว้รอบตัวคุณแทนที่จะใส่เขาไว้ในใจ เพราะหัวใจสามารถแตกสลายได้ แต่ถ้าเขาอยู่รอบตัวคุณ เขาจะอยู่กับคุณตลอดไป Everyone hears what you say. Friends listen to what you say. Best friends listen to what you don't say. ทุกคนได้ยินสิ่งที่ท่านพูด เพื่อนทั่วๆไปจะรับฟังในสิ่งที่ท่านพูด แต่เพื่อนแท้จะรับฟังความรู้สึกที่ท่านไม่เอ่ยมันออกมา If all my friends were to jump off a bridge, I wouldn't jump with them, I'd be at the bottom to catch them. ถ้าเพื่อนของทั้งหมดของข้าพเจ้าพร้อมใจกันกระโดด ลงมาจากสะพาน ข้าพเจ้าจะไม่โดดตามพวกเขาไป แต่ข้าพเจ้าจะยอมรออยู่ที่ก้นเหวเพื่อที่จะรับพวกเขา Don't frown, because you never know who's falling in love with your smile! อย่าทำหน้าบูดบึ้ง เพราะว่าท่านจะไม่สามารถรู้ได้ว่ามีใครกำลังชื่นชม รอยยิ้มของท่านอยู่ If you judge people, you have no time to love them. ถ้าท่านมัวแต่คิดตัดสินผู้อื่น ท่านก็จะไม่มีเวลาพอที่จะรักและเข้าใจพวกเขา Be kind, for everyone you meet is fighting a harder battle. จงมีจิตใจที่ดีต่อผู้อื่น เพราะว่าทุกคนที่ท่านพบกำลังต่อสู้กับปัญหาที่ยิ่งใหญ่ กว่าที่ท่านกำลังประสบอยู่ It may take only a minute to like someone, only an hour to have a crush on someone and only a day to love someone but it will take a lifetime to forget someone. มันอาจจะใช้เวลาเพียงชั่วนาทีที่จะชอบใครสักคน เพียงชั่วโมงที่จะนึกรักใครสักคน และเพียงชั่ววันที่จะรักใครสักคน แต่มันจะใช้เวลาชั่วชีวิตของท่านที่จะลืมคนคนนั้น Enthusiasm is contagious. You might cause an outbreak and affect many. ความกระตือรือล้นนั้นติดต่อกันได้ โดยที่ท่านอาจสามารถแพร่มันออกไปและส่งผล กระทบให้อีกหลายคนกระตือรือล้นตามท่านได้ Yesterday is the history, tomorrow is a mystery. Today is a gift, that is why it is called the present. เมื่อวานคืออดีต พรุ่งนี้คือปริศนา แต่วันนี้คือสิ่งที่ท่านมี นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงเรียกปัจจุบันนี้ว่าของขวัญ(Present) Dance like nobody's watching, and love like it's never gonna hurt. ปล่อยตัวเต้นรำให้สนุกสนานเหมือนไม่มีใครจ้อง และจงรักเหมือนว่ามันจะไม่นำความเจ็บปวดมาให้ :::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::: Hope everyone be happy , healthy and wealth...
To be strong when the problem come... Be kind,..
God bless you all...:::::::::::::::::::::::::::::::::::
คิดถึงม่าม้า ที่สุดดดดด
รัก พ่อ รัก แม่น้อ August 06 World Watch and Chocoholic Restaurantวันนี้ได้ไป สยามพารากอนมา มีจัดงาน เกี่ยวกับ นาฬิกา ด้วยความที่เป็นคนชอบ(ดู) นาฬิกา อยู่แล้ว
เลยเดินเข้าไปขอทัศนาจร นาฬิกา เรือนละ 70 ล้านหน่อยสิ ว่าจะทีเด็ด ขนาดไหน ปรากฏว่าไปๆมาๆ
เรือนที่แพงที่สุดที่เห็น คือ tag เรือนละ สี่แสนกว่าๆ แต่นาฬิกา ที่ชอบเดินไปดู คือ มุม ของ Brand
Diesel ชอบดูแต่ไม่มีปัญญาซื้อ มันแพงไป
ก่อนหน้าที่จะเข้างานนั้น ตอน เที่ยง อยู่ที่ ม.กรุงเทพฯ ไปรอ พี่สาวสุดที่รัก(เจ้กุ๊ก) สอบวิชา
Fundamental English II อยู่จนถึงบ่ายสองนิดๆ แล้วก็ไปกิน ข้าวร้าน Chocoholic ร้านซึ่ง
อาเจ้ เค้าแนะนำ และ Recomment แบบ สุดๆว่า ร้านนี้ข้าวหุงด้วยช็อคโกแลต เราเลยต้องขอลองหน่อย
ซึ่งอยู่ที่สยามเซ็นเตอร์ชั้นไรหว่า ???
นั่นแหละ หากันแล้วกันนะ อิอิ
ราคาก็ ไม่ค่อยเท่าไหร่หรอก(เป๋า แฟบเยย)
ส่วนเรื่องความอร่อย นั้น บาดกระเพาะมากๆ อิอิ(ไปพิสูจน์กันเอาเอง ไม่บอกหรอก อิอิ)
แล้วค่อยเดินไป world watch วันนี้ได้รู้จักคนเพิ่มอีกสองคน
เป็นเพื่อนของอาเจ้ เค้า ชื่อ พี่ เร กับ พี่ ไก่
ซึ่งที่เราไม่ได้เดินไปดู นาฬิกา เรือนละ 70 ล้าน เพราะ พี่ไก่ โทรตามอาเจ้ เรานี่แหละ
อดดูเลย (โป้งๆๆๆๆๆ) แต่ไม่พูดต่อหน้าหรอก อิอิ เพราะเดี๋ยวโดนถีบบบ อิอิ
แต่ก็ได้กิน โกโก้ ร้าน สตาร์บัค แทน โดยพี่ไก่ หรือ เจ้เลี้ยงหว่า
เอาน่า เลิกงอนเลย อิอิ เอาของโปรดมาล่อ เลยลืมไปเลยเรื่องนาฬิกา
อ้อๆ เกือบลืม Lamborgini ที่ตั้งโชว์ข้างล่าง ที่สยามพารากอน กับ ข้างนอกที่ตั้ง BM
กับ เครื่องบินเล็ก ก็ สุดๆ(สุดตรีน สวยสุดๆ)
ไม่รวยบ้างก็แล้วไป ไม่งั้นนะ อยากเอาก้นเรานี่ไปหย่อนในรถที่ฝันอยากขับสักที
แล้วเอาตรีน เหยียบคันเร่ง เร่งให้น้ำมันหมดไปเลยยยย อิอิ
สุดท้ายก็ต้องขอบคุณอาเจ้ ที่อนุญาติ ให้รับขับ CEDIA แทน Lamb เหยียบ กลับหอ ฮ่าๆ
(เจ้กล้าสุดๆ ให้คนที่ไม่ได้ขับรถมาเกือบเดือน ขับซะงั้น)
ไงๆก็อาเจ้ รักษาสุขภาพดีๆน้อ ณ วันศุกร์ที่ 4 แห่งสถานบันเทิง Route,RCAสั้นๆ ได้ใจความสนุก แต่เปลืองตังค์ฉิบหาย
แถม เราต้องเป็นเด็กดี ตามคำสั่ง(ใบสั่ง) มี เคอร์ฟิว อีกต่างหาก แย่จริงๆ
แต่เป็นครั้งแรก ที่ได้เที่ยวพร้อมเพื่อนเยอะขนาดนี้ ได้ไปเที่ยวกะรูมเมทครั้งแรกด้วย
ถึง... คุณยอด
เราได้ไปเที่ยวกันแล้วน้อ แต่ไงก็หวังว่า คราวหน้าเราคงได้ไปที่เรา Plan กันไว้นะ
แล้วจะลากพวกไอ้ป๋อมไปด้วย ไปนั่งร้านดื่มกัน ชิวๆ ไม่ต้องdance
ถึง... คุณ โอกิ
คนที่เหมาะมากกับการเป็น manager เพราะพี่แก จัดการทุกอย่างไม่มีเขา
งานคงล่ม ขอบใจมากๆฮับ
ถึง... คุณ วิน
แม้วันนั้นคุณจะเงียบไปหน่อย แต่ว่าสาวโต๊ะตรงข้ามมองพี่วิน ไม่ละสายตาเลย
ฮ่าๆ หล่อบาดใจจริงนะเอ็ง
To>> Roy and Roy's Girlfriend
I appreciated and very happy to met you there na...
I hope We can stay longer for the next meeting O.k.?
แล้วก็เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ที่เจอกันวันนั้น
happy สุดๆ เวลาได้เจอคนรู้จัก แต่รู้สึกมั้ยว่า วันนั้นมันเยอะเกินเหตุนะ
ฮ่าๆ August 04 สอบเสร็จแล้วเฮ้อ ในที่สุด การสอบมิดเทอมนี้ ก็สิ้นสุดลงสำหรับผมซะที ได้พักผ่อนเต็มๆซักที
เหนื่อยมากกับการสอบหนนี้ เพราะทั้ง กด ทั้งดัน ทั้งกระทืบ ตัวเองให้อ่านหนังสือ
แต่กำลังใจจากสาวน่ารักข้างกาย ที่ลงไปทานข้าวด้วยกันทุกวัน(ยกเว้น วันนี้ 3-8-06)
เลยตั้งใจอ่านเยอะๆเลย อิอิ แต่ก็นะ รอดูผลงานตัวเองอาทิตย์หน้าแล้วกัน
มีเรื่องให้เพื่อนๆมาอ่านเล่นกันอีกแล้วนะฮับ เกี๋ยวกับโปรแกรมความรัก
โปรแกรมความรัก
ช่างเทคนิค : ฮัลโหล สวัสดีครับ มีอะไรให้รับใช้ครับ ลูกค้า : ดิฉันได้นั่งนึกดูแล้วคิดว่า โปรแกรมความรักนี่ก็น่าสนใจ ดีนะคะ คุณช่วยกรุณาแนะนำดิฉันหน่อยได้ไหมคะว่าจะลงโปรแกรมนี้ยังไง ช่างเทคนิค : ด้วยความยินดีครับ ไม่ทราบว่าพร้อมที่จะลงโปรแกรม หรือยังครับ ลูกค้า : อืม... ไม่รู้เหมือนกันคะ บอกตามตรงว่าดิฉันไม่ค่อยรู้เรื่องคอมพิวเตอร์เท่าไร แต่ดิฉันคิดว่าน่าจะพร้อมคะ ไม่ทราบว่าต้องเริ่มทำยังไงบ้างคะ ช่างเทคนิค : อันดับแรกเลยคุณต้องเปิดใจคุณก่อนครับ ลูกค้า : ไม่มีปัญหาคะ แต่ว่าตอนนี้ฉันเปิดใช้โปรแกรมอื่นอยู่ด้วย ไม่ทราบว่าจะมีปัญหาในการติดตั้งไหมคะถ้าฉันไม่ได้ปิดโปรแกรมพวกนี้ ช่างเทคนิค : ไม่ทราบว่าโปรแกรมอะไรหรือครับ ที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ ลูกค้า : เดี๋ยวขอดิฉันดูนิดนึงนะคะ อืม... ก็มีโปรแกรม "ความเจ็บปวดในอดีต", "การไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง", "ความริษยา", "ความขุ่นเคือง" และก็ "โปรแกรมความโกรธ" ทั้งหมดที่เปิดก็มีเท่านี้คะ ช่างเทคนิค : ไม่มีปัญหาครับ โปรแกรมความรักจะค่อยๆ ลบความเจ็บปวดในอดีต ออกจากระบบปฏิบัติการครับ มันอาจจะคงอยู่ในหน่วยความทรงจำ แต่ว่าจะไม่รบกวนการทำงานของโปรแกรมอื่นๆ ครับ ไม่ต้องกังวล สำหรับโปรแกรมการไม่เห็นคุณค่าของตัวเองนั้นจะค่อยๆ หายไปเอง เพราะส่วนประกอบส่วนหนึ่งของโปรแกรมความรัก คือการเห็นคุณค่าของตนเอง ส่วนนี้จะค่อยๆ เข้ามาแทนที่อย่างช้าๆ จนการไม่เห็นคุณค่าตัวเองหมดไป แต่ว่าคุณเองจะต้องปิดโปรแกรมความริษยา ความขุ่นเคือง และ ความโกรธลง เพราะโปรแกรมพวกนี้จะขัดขวางไม่ให้โปรแกรมความรักสามารถติดตั้งได้ รบกวนช่วยปิดโปรแกรมพวกนี้ ก่อนได้ไหมครับ ลูกค้า : บอกตามตรงเลยนะคะ ดิฉันไม่รู้จริงๆ คะว่าจะปิดโปรแกรมพวกนี้ยังไง ช่างเทคนิค : เข้าไปที่ Start Menu นะครับ แล้วเรียกโปรแกรม "การให้อภัย" ขึ้นมา ต้องเปิดโปรแกรมนี้เรื่อยๆ จนกว่า "ความริษยา", "ความขุ่นเคือง" และก็ "ความโกรธ" จะถูกลบออกไปจนหมด ลูกค้า : ได้คะ.... เสร็จแล้วคะ ตอนนี้โปรแกรมความรักเริ่มที่จะติดตั้งอัตโนมัติแล้วคะ แต่เอ...นี่เป็นปกติของโปรแกรมใช่ไหมคะที่ติดตั้งด้วยตัวมันเอง ช่างเทคนิค : ใช่ครับ แต่อย่าลืมนะครับว่า นี่เป็นเพียงโปรแกรมพื้นฐานเท่านั้น คุณจะต้องติดต่อกับหัวใจดวงอื่นๆ เพื่อที่จะได้ upgrade โปรแกรมความรักให้มี version ที่สูงขึ้น ลูกค้า : อุ้ย.... มีข้อความผิดพลาดขึ้นที่หน้าจอ บอกว่า "โปรแกรมไม่สามารถติดต่อออก ไปสู่ภายนอกได้" ดิฉันควรทำยังไงดีคะ ช่างเทคนิค : ไม่ต้องตกใจครับ นั่นแสดงว่าตอนนี้โปรแกรมความรักได้ติดตั้งอยู่ภายในใจคุณเรียบร้อยแล้วครับ แต่ที่โปรแกรมยังไม่สามารถใช้งานได้ ก็เพราะว่าคุณต้องเริ่มรักตัวคุณเองก่อน จากนั้นคุณถึงจะรักคนอื่นได้ ลูกค้า : แล้วดิฉันควรจะทำยังไงคะ ช่างเทคนิค : คุณช่วยเลื่อนการยอมรับตัวเองลงมาหน่อยได้ไหมครับ จากนั้นให้คลิกที่ไฟล์ "การยกโทษให้ตนเอง" "การรู้ถึงคุณค่าของตัวเอง" และ "การยอมรับถึงความจำกัดในตัวคุณ" ลูกค้า : ได้คะ... เสร็จแล้วคะ ช่างเทคนิค : โอเคครับ จากนั้นก็ก๊อปปี้ไฟล์พวกนี้เข้ามาในไดเร็กทอรี่ "ใจฉัน" ระบบจะทำการจัดการไฟล์ที่มีปัญหา รวมทั้งแก้ไขโปรแกรมต่างๆที่มีข้อผิดพลาด แต่ว่าคุณจะต้องลบไฟล์ "การพูดถึงตัวเองในแง่ลบ" และ "ไฟล์การตัดสินผู้อื่น" ออกจากทุกๆ ไดเร็กทอรี่นะครับ และอย่าลืมเข้าไปลบอีกที ใน Recycle Bin นะครับ เพื่อให้มั่นใจว่าไฟล์พวกนี้ถูกลบจนหมด และไม่มีทางกลับเข้ามาทำความยุ่งยากได้อีก ลูกค้า : ทราบแล้วคะ เอ๊ะ!! มีไฟล์ใหม่ๆ เกิดขึ้นในหัวใจตั้งเยอะคะ " ยิ้ม " กำลังวิ่งเล่นอยู่บนหน้าจอ "สันติสุข" และ "ความยินดี" กำลังก๊อปปี้ตัวเองอยู่ทั่วไปภายในใจฉัน นี่เป็นปกติหรือเปล่าคะ ช่างเทคนิค : ครับ บางครั้งสำหรับบางคนอาจต้องใช้เวลาหน่อย แต่ท้ายที่สุดสิ่งนี้จะเกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะสม ตอนนี้โปรแกรมความรักได้ติดตั้ง และเปิดใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ มีอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะบอก ก่อนที่จะวางสายครับ ความรักเป็นโปรแกรมให้เปล่า อย่าลืมแบ่งปันให้คนอื่นนะครับ ความรักที่คุณให้ไปจะไม่เหมือนกันในแต่ละคน และความรักนี้จะถูกส่งต่อไปยังคนอื่นๆ และส่วนหนึ่งก็จะกลับคืนมาสู่ตัวคุณด้วย และเมื่อนั้นความรักของคุณก็จะมีการพัฒนาขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง เห็นมั้ย ความรักก็เป็นระบบ ได้เช่นกัน อิอิ
ไงๆก็เพื่อนๆเอแบคก็พักผ่อนหลังสอบให้สบายกันนะไว้เจอกันเปิดเรียนอีกที
ถึงตอนนี้ ราตรีสวัสดิ์
August 01 HaHaHa อันนี้ฮาดีไม่ได้คิดเอง เอามาจาก เว็บ soccersuck มันฮาดี เลยเอามาให้เพื่อนๆในเอ็มมาอ่านกัน อิอิ
> ชายคนหนึ่ง เพิ่งจะเข้าพักในโรงแรม
> เค้าเห็นคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งในห้อง จึงตัดสินใจส่ง e-mail ให้ภรรยา > แต่เค้าพิมพ์ e-mail address ของภรรยาเค้าผิด > และได้ทำการส่ง e-mail นั้นไปโดยที่ไม่เอะใจ > ในขณะนั้น...ณ.ที่แห่งหนึ่งในฮัสตัน > แม่ม่ายคนหนึ่ง >เพิ่งจะกลับจากพิธีฝังศพสามี > เธอตัดสินใจเข้าไปตรวจดู e-mail >โดยหวังว่า > จะมีข้อความแสดงความเสียใจจากญาติๆและ เพื่อนฝูง > หลังจากอ่านข้อความแรกจบลง เธอก็หมดสติ >ล้มลงทันที > ลูกชายของเธอ ก็วิ่งเข้ามาในห้อง >เห็นแม่นอนอยู่ที่พื้น > และมองไปที่จอคอมพิวเตอร์ เห็นข้อความ >เขียนว่า > To: ภรรยาที่รักของผม > Subject: ผมถึงเรียบร้อยแล้ว > Date: 16มี.ค 2006 >ผมรู้ว่า คุณจะต้องแปลกใจเป็นอย่างมาก >ที่ได้รับข่าวนี้ > มีคอมพิวเตอร์ที่นี่ด้วย ! >และพวกเราก็ได้รับอนุญาตให้ส่ง > e-mail ถึงคนที่เรารักได้หนึ่งคน >ผมเพิ่งจะมาถึง และ Checked in เรียบร้อยแล้ว >ตอนนี้ทุกอย่างได้เตรียมพร้อม >รอต้อนรับคุณ >ที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้
ฮามั้ย ไม่ฮา ไม่เป็นไร ไว้โอกาสหน้าแล้วกัน ส่วนตอนนี้ขอตัวไปอ่านหนังสือต่อละ โชคดีทุกคน นะคร้าบบบผม July 29 Turn Left Turn Right, Exam periodโอ้ย สอบอีกแล้ว เซ็งจริงๆว่ากันเรื่องอื่นดีกว่า
เนื่องจากพึ่งได้ดูหนังเรื่องนี้ เมื่อก่อนสอบ เพื่อปรับอารมณ์ให้นิ่ง
แล้วก็ได้คำแนะนำจากพี่สาวสุดน่ารักว่า ควรจะดูหนังเรื่องนี้...
เรื่องย่อ... Turn left Turn Right
จอห์น เลี่ยว (ทาเคชิ คาเนชิโร่) กับ อีฟ ชอย (จีจี้ เหลียง) อาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนท์แห่งเดียวกัน อยู่ห่างกันเพียงกำแพงกั้น อีฟเป็นผู้หญิงที่มักจะเลี้ยวซ้ายเสมอ ส่วนจอห์นเป็นผู้ชายที่เลี้ยวขวาโดยตลอดเช่นกัน จอห์นเป็นนักเปียโนผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนา อีฟเป็นนักแปลมืออาชีพ ทั้งสองต่างหวังว่า ...สักวันหนึ่งพวกเขาจะพบรักแท้ และแล้วช่วงเวลาพิเศษสั้นๆ ในชีวิตของพวกเขาก็เกิดขึ้น พวกเขาเดินสวนกันไปมานับครั้งไม่ถ้วน แล้ววันหนึ่งพวกเขาก็บังเอิญพบกัน แต่ชีวิตก็เต็มไปด้วยโอกาสที่คาดไม่ถึง หลังจากนั้นพวกเขาต้องแยกจากกันอีกครั้งด้วยโชคชะตา พวกเขาจะต้องรอคอยอีกนานเพียงใด จึงจะได้พบกันอีกสักครั้ง ชีวิตเต็มไปด้วยเรื่องที่คาดไม่ถึง ชีวิตที่เป็นเหมือนเส้นขนาน จะมีโอกาสมาบรรจบพบกันหรือไม่หนอ...
พอได้ดูหนังเรื่องนี้บอกได้คำเดียวว่า เราต้องมองรอบตัวมากขึ้นมากๆ เพราะ บางที อาจจะได้พบโชคชะตาก็ได้อาจจะอยู่ใกล้แค่เอื้อมนิดเดียว แต่มองไม่เห็น เฮ้อ แต่ไงก็เถอะตอนนี้ งง กะ บทเรียนอย่างแรง ก็ขอให้สุขภาพแข็งแรงกันทุกคนนะเพื่อนๆ จะได้มีแรง แล้วอ่านหนังสือรู้เรื่อง ป.ล. To... Dan เรื่องนี้ Recomment อย่างแรงเลยว่ะ เหมาะกะมึงมากๆ คนที่ไม่มีแฟนนี่ เรื่องนี้ควรดูนะเพื่อน
To...คนอื่นๆที่เข้าชม ใครที่ดูเรื่องนี้แล้ว คงไม่บอกมาก แต่คนที่ยังไม่เคยดูนี่เป็นหนังอีกเรื่อง ที่อยากแนะนำให้ดู แม้มันจะเก่าแล้ว แต่น่ารักดี อาจทำให้คุณๆ เห็นอีกมุมนึง แล้วก็ใส่ใจรอบข้างมากขึ้นฮับ
To... เพื่อนๆ ABAC ทุกท่านที่สอบอยู๋ ขอให้ทำกันให้ได้นะ แล้วก็ขอให้สบายดีกันทุกคนนนคร้าบบผม
up space แค่นี้นะ เพราะต้องอ่านหนังสือสอบ ไว้จะเอาภาพใส่ให้ดูน้อ
July 12 ไม่สบายอีกแล้ว เซ็ง+ Match 11/07
June 16 T...oo+ My Team +ooเอ่อ คือ ทีมอังกฤษวันนี้ เล่นกันได้น่าอึดอัดกันสุดๆ
พอๆ กะเราเล่นเลยว่ะ ไอ้แดน ฮ่าๆ เหมือนกันตรง โยนแม่งอย่างเดียวเลย ทะลุช่องกันไม่เป็นเลย
เป็นไงหละ ไอ้ท่านต่อ หน้าซีดกันเลยสิ เพื่อนๆ ฮ่าๆ
ไงๆก็ เพลาๆ บ้างนะไอ้เกลอ เดี่ยวจะหาว่าไม่เตือนกัน
ถึงทุกคนในทีม... รีบๆ นัดเตะสนามใหญ่ได้แล้ว อยากเล่นจะแย่อยู่แล้วไอ้บ้า เอ้ย
ไอ้อั่น รีบๆนัดเลยนะ
ไอ้ ด.แดน รอรับ ลูกต่อจากไอ้อั่นเลยนะ
ส่วนที่เหลือ เคาะสนิม กันบ้าง อย่าปล่อยให้เล่นไม่ได้ เดี๋ยวจะเหมือน เฮีย เหยินใหญ่ เค้านะเฟ้ย อิอิ
ถึงเพื่อนๆ .. ถ้าคุณได้รับเมล์ ผมแล้ว ช่วยแอดผมกลับกันด้วยนะ
แล้วก็ถ้าท่านได้อ่านข้อความนี้ แสดงว่า ท่าน add ผมเรียบร้อย
แล้วก็ อยากบอกตรงนี้เลยว่า เมล์เก่าเสียเพราะดันทะลึ่ง ไปเปลี่ยนอายุเล่น เลยเมล์ พังไปเลย
ฉะนั้น ไม่ต้องถามว่า ทำไมเปลีย่นเมล์ ขี้เกียจตอบนะเฟ้ย อิอิ
ถึงทุกคน...
ไหนๆ ก็บอลโลก ฟีเวอร์ อยู่ ก็อย่านอนดึก จนไม่เป็นอันเรียน อันทำงานกันหละ
แล้วท่านต่อ ท่านรองทั้งหลาย อย่ามือหนักกันนัก เดี๋ยวจะกรอบ กันซะก่อนนะ อิอิ
ไงๆ ก็สู้ๆนะครับ June 11 May 16 : Moulin Rough ฉบับ ถาปัด' จุฬาวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสดูละครเวที ครั้งแรกในชีวิต (ย้ำ ครั้งแรกจริงๆ )
โดนเปิดซิงด้วยเรื่อง Moulin Rough ไอ้เราก็ไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ซะด้วยเลย
ไม่รู้ว่าเนื้อเรื่องเป็นยังไง เริ่มด้วยวันนั้นฝนตกหนักก่อนเลย ทำให้Plan แรกที่
จะนั่ง แท็กซี่ไป เปลี่ยนเป็นขับรถไปเองเลย แถมไปสายกว่าเวลานัดเพียบ โดนดุ
เลยอ่ะ แงๆ
สองสาวเพื่อนที่น่ารักของกระผม ก็คือ แอน แล้วก็ จ๋าน้อย มาในชุดที่น่ารักทั้งคู่
พอครบองค์ประชุม ประธานก็กล่าวเปิดงาน เอ้ย เอ่อ คือ พึ่งสอบเสร็จ โทษทีฮับ
พอครบคน ก็พากันไปทานข้าว เพราะ เหลือเวลาอีกไม่มาก ก็จะต้องเข้าโรงละคร
พอทานเสร็จ ก็เจอเพื่อน เพิ่ม อีกสองคน ในร้านอาหาร คือ เตยแล้วก็ เติ้ล เป็นเพื่อนแอนและ จ๋า อีกเช่นกัน
To... Janoi นี่ๆ เราได้ยิน จ๋า กับแอนเรียก เตยว่า เป็ด !!!! หูไม่ฝาดใช่มั้ย
พอหมดธุระที่สยามก็ บึ่งรถเข้าไปใน จุฬา ทางประตูด้าน ตึก บัญชี เพราะทางอักษร
เข้าไม่ได้ พอจอดรถเสร็จ ก็ได้เห็นวิวสวยๆ ในจุฬา เพราะ ฝนตกหรืออย่างไร สถานที่ถึงได้ดูงดงามยิ่งนัก เหมือนเดินในสวนสวยๆ เลย แถม อะแฮ่ม สาวๆน่ารักมักๆ
อิอิ เดินจนถึง โรงละคร ที่ประดับไว้อย่างสวยงาม สิ่งที่คิดไว้ก่อนจะถึงคือ
คงไม่มีคนหรอก ละครเวทีนี่ ขนาดโรงหนัง รอบ สี่ รอบห้า ก็ไม่มีคนแล้ว
แต่ผิดคาดครับพี่น้อง คนเยอะโคตรๆ ชนิดที่ เดินถนนตรงตึกอักษรแทบไม่ได้
พอถึงเวลาเข้าไป แบงค์ จ๋า แล้วก็ แอนก็นั่งด้วยกัน โดยที่ bird ไปนั่งกับ เพื่อนๆ
ของจ๋า แล้วก็ แอน
หนังเรื่อง Moulin Rough นี้ ผมพูดได้คำเดียวว่า ประทับใจสุดๆ
ทั้งตัวแสดง เทคนิคพิเศษ แสง สี และเสียง เรียกได้ว่า ถ้าตัวละคร ไม่พูดผิดนิดนึง
แล้วละก็ เต็ม 100 ให้ 120 เลย ราคาบัตร 180 ถือ ว่าไม่แพงเลยได้ดูละครเวที
ที่สนุกแบบนี้ ( แต่อย่าน้อยใจไปนะ คือ เพื่อนบอกว่า นิเทศ สุดยอดกว่านี้ )
แต่สำหรับผม นี่คือครั้งแรก ได้แต่บอกว่า พวกคุณ สุดๆไปเลยครับผมประทับใจ
ทั้งหมดเลยจริงๆนะ แถม ซาลาเปา ก็อร่อยดี อิอิ
พอดูเสร็จก็ไปเดินเล่นพารากอน (จริงๆ ไปจอดรถที่สยาม พารากอน ) แล้วเดินทางไปทานพิซซ่า ที่สยาม Pizza company อร่อยดีจริงๆนะ เพราะควงสองสาวน่ารักไปทานเลยอร่อยเป็นพิเศษ อิอิ
แล้วพอทานเสร็จก็ถึงเวลาแยกย้าย กันกลับ จริงๆแล้วจะไปส่งจ๋าน้อย กลับแต่
เพราะว่า เราไม่รู้ทาง ( จ๋าน้อยเลยไม่กล้ากลับด้วยเลย )
เราก็เลยคลำทางมั่วๆ เลยกลับหอ ที่เอแบคบางนา อย่างปลอดภัย เฮ้อ รอดไปอีกวัน
Special Thanks
ขอบคุณ คุณ แอนก่อนเลย ไม่มี แอนแบงค์ ไม่ได้ดูละครสนุกแบบนี้แน่ๆ ขอบคุณนะ
To... Ja noi
Everything on that day , If i did something wrong, Plz forgive me na
Tee Noi always fool....
แล้วก็พูดน้อยอีกต่างหาก ขอโทษอีกทีนะครับผม
To... Ann
Thanks
To... Bird
Nice to meet you na ถ้ามีโอกาส ไว้เจอกันอีก อ้อ ถ้าเจอกันมีเรื่องขอร้องเรื่องนึง ทักแบงค์ก่อนนะ ไม่ใช่จำไม่ได้นะ แต่สายตาสั้น (มากๆ)
To... My FF (คนที่ไกลห่าง แค่กาย แต่ใจ ไม่เคยห่าง )
I don't know what things make us apart right now, i will find it and fix it.. I promise with my dead
I will make everything turn into dark side ( hahaha )
คิดถึงนะ แม้จะอยู่ห่างไกล ข้อความข้างบน นะ คือหนังแปลง ที่ทำเล่นๆส่งไปให้ เห็นฟังไม่รู้เรื่องนี่ อิอิ คนอื่นคง งง กันแหละ ( ฮ่าๆๆๆ )
นี่ แล้วคำพูด ที่แบงค์พูดว่า เป็นเพื่อนกันนะ รู้ใช่มั้ยว่าหมายถึงอะไร เคยอธิบาย
ไว้ในรวมเล่ม Note book แล้วนะ ไงก็ สู้ๆ สู้ตาย โอเค ตั้งใจเรียนนะ
ไว้เจอกันนะจ๊ะ April 29 : บันทึกการเดินทาง ท่องเที่ยวแบบ ซัมเหมา ทัวร์วันแรก
ถึงสนามบิน ประเทศ มาเก๊า ก็เริ่มต้นโดยสารรถประจำทาง ที่มีป้ายบอกเป็นภาษา
โปรตุกิส ว่า Autobarras หรือภาษาอังกฤษ ว่า Bus station หรือ ที่รอรถนี่เอง รอ
รถเลขที่ AP1 แล้ว ให้คนขับรถบัสนั้น อ่านภาษาจีน ที่เขียน
โดย ประชาสัมพันธ์ สาว สุดน่ารัก คนขับเอาไปมองดูแล้วชี้ไปที่กล่องๆ นึง
มองตั้งนาน กล่องใส่ค่าโดยสารนี่เอง ค่าโดยสาร + ค่ากระเป๋า ที่แบกไป
แล้วพอใกล้ถึงจุดหมาย เค้าบอกเป็นภาษาจีนว่า !@$&^@*&(@@
คงประมาณว่า เฮ้ยมันอยุ่ตรงนั้นไง ลงไปเดะ คนอื่นจะได้ขึ้นมานั่ง (ฮา)
แล้วก็ ไป regist ห้องที่โรงแรม Grandville hotel ค่าพักเท่าไหร่ไม่บอก อิอิ
แต่มี Casino ที่ชั้นสอง ซึ่งนำพามาซึ่งตำนาน ของตี๋น้อย อิอิ
เงิน ฮ่องกง 1 เหรียญ 5 ดอลลาร์ ประมาณ 25 บาท นำพามาซึ่ง 1320 ดอลลาร์
หรือ ประมาณ 6600 บาทไทย ฮ่าๆ วัดรอยเท้าอากง ได้เลยนะเนี่ย
วันที่สอง
เช็คout ออกจากโรงแรม ก่อนเที่ยง แบกของไปเดินเที่ยวเล่นก่อน ขึ้นเรือ เฟอร์รี่ ไป
เกาะ KowLoon HK ซึ่งเราเข้าใจผิดมาตลอดว่า เกาะ HK ที่ช็อปปิ้ง เที่ยวเล่น คือ
HK ไม่คิดว่า มันคือ ส่วนของเกาะ Kowloon ถ้าไม่มาก็โง่ ต่อไป มาถึงก็นั่ง Taxi
ไปพักตรงแถว ที่เรียกว่า Mong Kok ที่พักนั้น มีพี่ Annie หรือ พี่เอ๋ คนไทยคุมนี่เอง เป็น Guest house ขนาดย่อยเยา ราคา กันเองไทยแลนด์ 280 เหรียญ ฮ่าๆ
แถวตรงนั้น มี 7-11 ด้วยลงมาหา มาม่า ทาน เพราะพูดภาษาเค้าไม่ได้ทำให้
อดเจี๊ยะ อาหารจีน โดยปริยาย ถึง เกาะ เกาลูน HK ตอนประมาณ บ่ายๆ จำเวลา
ไม่ค่อยได้ฮับ (โทษที) วางของตรงที่พักปุ๊ป ก็ถามทาง เพื่อ เดินเที่ยวปั๊ป
เพราะตรง Mong kok จากหนังสือ แล้วก็ ถามจากพี่ เค้า มี สามซอยตรงแถวที่พัก
ที่น่าสนใจ คือ ซอยที่เป็นรองเท้า ซอยที่เรียกว่า Lady Market แล้วอีกซอย
จำไม่ได้ฮับว่าเรียกว่าไร แต่ของขาย เยอะมาก ตื่นตา ตื่นใจครับพี่น้อง
พอ ตกดึกหน่อย ก็ นั่งรถไฟ ใต้ดิน หรือ MRT ไป แถวที่เรียกว่า Tsim sa Tui
ไม่รู้เขียนงี้ป่าว ซิม ซา จุ่ย ตรงนี้ Brand name เยอะมากๆ แถมสวยอีกต่างหาก
View สวยนะไม่ใช่สาวหมวย อิอิ
วันที่สาม+สี่
นั่งรถไฟ MRT ไปสุด Hong Hum Station เพื่อ นั่งรถ KCR
(ไม่ชัวร์นะ มี edit แน่นอนเลย)
เพื่อ ไป กวางเจาประเทศจีน ซึ่งไปเพื่อ ซื้อของกลับมาขาย +เรื่อง
ติดต่อธุรกิจ เงินๆทองๆ นิดหน่อย กับคนที่นั่น ซึ่งเป็น เพื่อนเก่าของแม่
เค้าพึ่งเปิดบริษัท แม่เล่าว่า เค้าเริ่มจาก 0 แต่ตอนที่เจอที่กวางเจา ไม่น่าเชื่อว่า
เค้าเริ่มจาก 0 ใจเย็นอีกต่างหาก ที่เขียนอย่างนี้เพราะว่า จาก มาเก๊า ฮ่องกง
ที่ไปมา เห็นการจราจรแล้วต้องบอกว่า เค้าขับรถมีมารยาทมาก (ฮ่องกงบางเมือง
เท่านั้น) ส่วน มาเก๊านั้นแทบจะไม่เห็นสัญญาณ ไฟจราจรเลย ขับรถอย่างมีวินัย
สุดๆ แต่สิ่งนั้นไม่ได้เห็น ที่กวางเจาแน่นอนครับเพราะว่าที่นั่น สัญญาณ จราจร
มีไว้ประดับเล่น อย่านึกว่าไฟแดงของเค้า รถจะหยุด ไม่ครับพี่น้อง แม่งเหยียบต่อ
ขอหยาบคายนิดนึงนะครับต่อไป เพราะอยากระบายมาก เกือบชก กับพวกมันแล้ว
แม่งไม่รู้จะรีบไปตายห่าที่ไหน ถนน ก็แคบ พี่เล่นเหยียบซะแรง แล้วสัญญาณไฟ
มันแดง เด็กแม่งยังรู้เลยว่ารถต้องหยุด แต่พวกแท็กซี่ เลี้ยว เฉยแถมคนจะข้ามถนน
ก็เร่งเครื่องให้เค้าข้ามเร็วๆ เออ กรูรู้คนในประเทศมึงเยอะ อยากตายเร็วก็ไปตาย
เองดิ ต้องทำคนอื่นตายด้วยหรอว่ะขับแม่งเก่งตายเลย เกือบเอาชีวิตไปทิ้ง
จบการบรรยาย แบบ หยาบคาย ที่กวางเจานี้ พักที่ โรงแรม YiLe hotel
อ่านว่า ยี่ เลอ นะครับพี่น้อง ผมบอกแท็กซี่ว่า ยี่ลี่ Hotel คนขับทำหน้า
สงสัย แถมยิ้มเยาะเย้ย อีกต่างหาก
วันที่ ห้า + หก
เพื่อ เดินทาง จาก นครกวางเจา กลับไปยัง มาเก๊า นั้น ทางทีมงาน เอ้ยทาง ท่านแม่ บอกว่า เพื่อ การเดินทางที่ครบวงจร เราเลยต้อง ขึ้นรถ coachกลับ เลยไปซื้อ ตั๋ว ขึ้นรถ coach ที่โรงแรม Grand china ( เอ้ โรงแรม ชื่อนี้อีกป่าวหว่า) แล้วระหว่างรอ น้องสาว คุณยาย และท่านแม่ ก็ไปเข้าห้องน้ำในตัวโรงแรม แล้วกลับออกมา ด้วย ความตื่นเต้น ที่ห้องน้ำหรูมาก เหอะๆ ครับ เราเลยต้องพิสูจน์ ขอเข้าบ้าง พอไปถึง ที่ตกตะลึงนะ ไม่ใช่ห้องน้ำ แต่เป็นหน้าห้องน้ำต่างหากอะไรจะ น่ารัก เอ้ย ดูดีขนาดนั้น เพื่อนๆ คงรู้กันแล้วว่า หมายถึงอะไร กึ๊ยๆ แต่ห้องน้ำก็ หรูจริงอ่ะ ไม่น่าเชื่อว่านครกวางเจา ยังมีห้องน้ำ ที่เรียกว่า ห้องน้ำจริงๆอยู่ อิอิ แอบแซว อย่าคิดมากนะ เพราะที่ไปมานี่ โห สุดๆแล้ว
พอถึงเวลา ขึ้นรถ ตกใจกว่าเก่า อีกครับท่าน ด้วยความที่สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง พอถึงเวลา เราก็ ยื่นตั๋วให้เค้าดู แล้วเค้าก็เดินนำหน้าไป เราก็ลากกระเป๋า อันแสนจะหนักตามไปที่รถ ถึงรถแม่ และคุณยาย ตกใจกันยกใหญ่ ( คือ แม่กะคุณยาย เดินตัวปลิว เลยเร็วกว่าเรา) เพราะไอ้รถที่ว่า มันรถตู้ อ่ะ รถตู้ ครับพี่น้อง กระผมได้แต่มองหน้าน้อง แล้วก็บอกกะน้องสาวว่า เฮ้ย เบลเกิดความผิดพลาดตอนซื้อตั๋วแน่นอน ไปที่ขายตั๋ว แล้วถามมันอีกทีดิ พอสิ้นเสียงน้องวิ่งด้วยความเข้าใจผิดว่า มันรถcoach อีกคันหรือป่าว เอ๊ะ แต่มันเขียน ฮ่องกงนี่หว่า เรากลับมาเก๊า เอ๊ะ ยังไง งง กันไปใหญ่ เพราะถ้าต้องเดินทางด้วยรถตู้จริง บอกเป็นภาษา บ้านเราได้ว่า ฉิกหาย ครับผม อิอิ กว่าจะรู้เรื่องก็คุยกันนานสองนาน เราเข้าใจผิดว่าเค้าขายตั๋วให้เราผิด (คือ หลอกขายนั่นแหละ ตั๋วบ้าไรแพงฉิบ )
แต่ความจริงคือ เค้าให้เรานั่งรถตู้ ไปอีกโรงแรมนึง ถึงได้นั่งรถCoach แล้วเรื่องก็จบลงด้วยดี ไม่มีการเสียเลือดเนื้อ ฮ๋าๆ (ทำยังกะสู้เค้าได้ ตัวบักควายกว่าผมอีก )
ระหว่างทางที่นั่งรถCoach ก็ได้ชมวิวสวยๆ ข้างทางไป แต่ถ่ายรูปไม่ได้
เพราะกล้องห่วย พอมาถึงที่ๆรถจอด ได้งง เพิ่มขึ้น มันที่ไหนหว่า แล้วที่แย่กว่านั้นคือถามใครก็ไม่ได้ จนกระทั่ง มีพนักงานสาวใส่แว่นเดินมา (พอพูดอังกฤษได้นิดหน่อย) ฟังไม่รู้เรื่องหรอก แต่ keyword เค้าบอกมาว่า
สถานที่ ที่คุณเหยียบอยู่เนี่ย คือ จูไห่ (สารภาพครับ ได้ยินครั้งแรก หา อะไรนะ จ//ให้-...... ) คิดไปซะโคตรลึก ฮ่าๆ
ณ จูไห่ นี้
กระผมก็ได้ลาภปาก ทานอาหารจีนซะที แล้วที่ถูกใจน้องสาวก็คือ
Lady Zone ที่ยิ่งใหญ่ ถึงขนาดที่ว่า หาผู้ชายไม่เจอ (จริงๆแล้ว กระผมเองนี่หละ ที่ลากกระเป๋าแสนหนัก เดินก่อนเพื่อนเลย อิอิ)ขายของที่เกี่ยวกับผู้ ญ ทุกชนิด น้องมองรองเท้าอย่างเกรงใจแม่ (คือถ้าซื้ออีก World war ภาคพิเศษ เกิดแน่) แถมด้วยเสื้อผ้าสวยๆมากมาย ( อันนี้ถ้าน้องซื้อ จะถามน้องก่อนว่า กล้าใส่หรอฟระเพราะ สีนี่ฉูดฉาด แถมเว้าแล้วเว้าอีกต่างหาก) แล้วเราก็แอบเดินเที่ยวคนเดียว เพราะ แม่เดินไม่ไหว เลยเฝ้าของให้ น้องก็เดินกะยาย ไป ฮ่าๆ
ผ่านช็อตนี้ไปดีกว่า เพื่อนๆของผมทั้งหลาย รายละเอียด คุยกันตัวๆ
แล้วก็ถึงเวลากลับไปมาเก๊า ณ จุดที่ออกจาก จูไห่ ไปมาเก๊า มี วิวสวยๆมากมาย คุณยาย ผมก็ไม่พลาดในการถ่ายรูปไปอวด เพื่อนๆของท่าน
พอข้ามแดนไปมาเก๊า ก็รีบกลับที่พักทันที (คือไม่รีบกลับ ไอ้แบงค์พิการแน่ๆ กระเป๋าหนัก กว่า เวท ที่ยกอีกอ่ะ) ก็มาพักที่โรงแรม Hotel Taipa
ที่อยู่ มันเท่มากๆ
Estrada Governador Nobre Carvalho No. 822, Taipa, Macau Sar-China
ชื่อมันเท่มากๆ แล้วพอตกกลางคืน ก็ไปเที่ยวห้างชื่อ New Yaohun
เห็นน้องบอกว่าพึ่งสร้างเสร็จ ณ ที่นี่ เจอคนไทยขายอาหารตรง Food court ด้วยแหละ ดีใจมากๆ อ้อ เดินทางไปโดยรถโดยสารของโรงแรมนะ
พอไปถึงก็ซื้อของฝาก อากง หนึ่งชิ้น น้องๆ ที่บ้านอีกคนละชิ้น ส่วนตัวกระผม ซื้อ ปืนโมเดลมา อย่างถูกสุดๆ แล้วก็ ขึ้นไปทานอาหาร ที่ Food court เหตุการณ์ที่เจอคนไทย คือ เผลอสั่งอาหารเป็นภาษาไทยไป
คือ ข้าวห่อไข่ยัดไส้ (ของโปรดเลยนะเนี่ย ) " ป้าๆ ข้าวห่อไข่ เอาพิเศษเลยนะ " จริงๆแล้วที่พูดไปเพราะ หน้าป้า เค้าเหมือนคนไทยอ่ะ ก็ตา มีสองชั้นเองนี่ แล้วก็นึกขึ้นได้ เฮ้ย เราอยู่เมืองจีนนี่หว่า เลย " sOrry ซอด้วง เอ้ย I want to order this set, Plz" แกรมม่าไม่สนแล้ว รีบพูดก่อนเลย เพราะหิวอ่ะ ป้าแก ก็สวนขึ้นมาว่า " อ้าวนึกว่าคน ญี่ปุ่น " Hahaha
ถ้าหัวเราะเป็นภาษา โปรตุเกสได้ คงหัวเราะไปแล้ว อิอิ ญี่ปุ่นเลยนะป้า
บอกน้องสาวไป น้องเลยพูดว่า " ป้าใช้ส่วนไหนมองฟระ " เลยได้ทานของโปรดแบบ หน้า ยุ่นๆ เลย อิอิ
วันที่หก เริ่ม ต้นเช้าวันใหม่ด้วย Breakfast สุดหรู สไตล์ ลาติน นิดๆ
ไม่อยากบอกเลยว่า ทานซะ คนที่ยืนคอยบริการ แทบจะยกมาให้ทั้งบูธตักอาหาร + น้ำส้ม เค้าว่ากันว่า น้ำส้มดีต่อสุขภาพ เลยดื่มซะ เป็นลิตร
ขอย้ำ เป็นลิตรครับพี่น้อง น้ำที่คล้ายๆ เก็กฮวย อีก ประมาณ ครึ่งลิตร กาแฟ อีกแก้ว ส่วนของคาวนี่ ไม่ว่าจะข้าวต้ม (หรือ โจ๊ก ก็ไม่แน่ใจ )
ถ้วยเดียวแต่เดินตักประมาณ ห้า หก รอบได้ แฮม ไส้กรอก ไข่ ผักสลัด
รวมถึงของโปรดอย่าง เบคอน กินกันแล้ว คาดว่า ไม่กินอะไรอีกจนถึงเมืองไทยแน่นอน
แล้วพอทานเสร็จก็ ถึงเวลา ช็อป ก่อน กลับเมืองไทย ก็แวะที่เดิม
เดี๋ยวตอน edit จะมาบอกสถานที่นี้ recomment ที่นี่ มากๆ สุดๆ
สวยสุดๆ ผังเมืองสุดตีน เด็กนักเรียนที่นั่นชุดน่ารักมากๆ แถมยังใจดีอีกต่างหากถามทาง แม้จะยังสื่อสารไม่ค่อยรู้เรื่องกัน แต่ก็พยายามช่วยเต็มที่ผิดกับ ฮ่องกง ลิบลับ
รายการที่ช็อบกันไป สี่คน กระเป๋าฉีก
- เสื้อ ผ้า กระเป๋า ยี่ห้อ Bossini
- ของที่ระลึก ( Bankiez ซื้อเอง )
แล้วก็จำไม่ได้ อิอิ ไว้รอ ตอน edit แล้วกันนะเยอะจัด
แล้วก็ถึงเวลากลับบ้าน
ที่สนามบิน มาเก๊านี่แหละ ที่ผมฟันธงได้อย่างนึง
สาวไทยสำหรับผม คือนางฟ้า จริงๆ เธอคนนั้นที่กระผมได้เจอที่สนามบิน
เธอไปกับ พ่อ แม่ พี่( น่าจะ ไม่งั้นก็รุ่นพี่ หละกัน ) กับเพื่อนเค้าคนนึง
น่ารักสุดๆ หกวันที่ผ่านมาได้พบสิ่งต่างๆมากมาย เจอเธอคนนี้ เกือบลืมหายใจ ที่รู้ว่าเป็นคนไทย เพราะ ได้ยืนเข้าแถวอยู่ใกล้ๆเธอคนนั้น
แถมเราเป็นคน บังไลน์ฝรั่ง ที่บังอาจจะแทรกเข้ามาไม่ให้ผมได้ใกล้เธอคนนั้น อีก(มันบังอาจจริงๆ แต่ด้วยความที่ กระเป๋าเยอะ เลยจัดการบังมันซะ)
เลยบังเอิญ ชนเข้าไปทีนึง แล้วเราก็พูดว่า " Umm Sorry Are u Alright?"
เค้าตอบมาแบบน่ารักๆว่า " ไม่เป็นไรค่ะ " ฟันธงครับ ฟันธง
สาวไทย เปรียบเสมือนนางฟ้าแน่นอน สาวจง สาวจีน ไม่สนแล้ว
แถมตอนขึ้นเครื่อง เราได้นั่งที่นั่งโซนนั้นคนเดียว ทางฝั่งขวา เธอคนนั้นนั่งกับ เพื่อน แล้วก็ญาติ มั้ง อยู่ทางฝั่งซ้ายมือกระผมนั่นเอง ตลอดสอง ชั่วโมงกว่าๆ ที่นั่งอยู่บนเครื่อง อยาก...จริงๆเลยเฮ้อ แย่ๆ
สรุปทริปนี้ ได้ประสบการณ์ที่ไม่เคยเจอ มากมาย
ถ้ามีโอกาส อีก พร้อมลุย ส่วนเธอคนนั้น ถ้าชาตินี้ได้เจอแค่ครั้งนั้นครั้งเดียว สำหรับผมแล้ว เพียงพอแล้วหละ ที่พระเจ้าประทานโอกาสให้เจอกัน |
|
|